การดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะเจ็บป่วยเรื้อรัง หรือผู้สูงอายุที่ต้องการการดูแลพิเศษในแต่ละวันเป็นภารกิจที่ท้าทายทั้งทางร่างกายและจิตใจของครอบครัว ในกรณีที่ผู้ป่วยต้องการการดูแลตลอด 24 ชั่วโมงและมีอาการที่ซับซ้อน การเลือกใช้บริการจากเนิร์สซิ่งโฮม (Nursing Home) จึงอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการดูแลที่บ้าน เนื่องจากมีข้อดีหลายประการที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
1. การดูแลทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ
หนึ่งในข้อดีหลักของการเลือกดูแลผู้ป่วยในเนิร์สซิ่งโฮมคือการมีทีมแพทย์และพยาบาลที่ได้รับการฝึกฝนและมีประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะเจ็บป่วยเรื้อรังหรืออาการซับซ้อน เนิร์สซิ่งโฮมมักจะมีอุปกรณ์การแพทย์ที่ทันสมัยและพร้อมใช้ ทำให้สามารถตรวจสอบและดูแลผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การให้ยาภายใต้การดูแลของพยาบาล การตรวจวัดสัญญาณชีพ การดูแลผู้ป่วยที่มีแผลหรือการฟื้นฟูผู้ป่วยที่มีปัญหาทางร่างกาย เมื่อเทียบกับการดูแลที่บ้าน ซึ่งส่วนมากจะไม่มีอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เหมาะสมหรือทีมแพทย์ที่พร้อมบริการ การดูแลที่บ้านจึงอาจไม่สามารถตอบสนองความต้องการทางการแพทย์ได้ดีเท่ากับการดูแลในเนิร์สซิ่งโฮม
2. การดูแลตลอด 24 ชั่วโมง
เนิร์สซิ่งโฮมมีการดูแลผู้ป่วยตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งหมายความว่าผู้ป่วยจะได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดในทุกๆ ชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นในช่วงกลางวันหรือกลางคืน พยาบาลและผู้ดูแลในเนิร์สซิ่งโฮมสามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์หรือปัญหาฉุกเฉินได้ทันที ในทางกลับกัน การดูแลที่บ้านจะต้องพึ่งพาครอบครัวหรือผู้ดูแลส่วนตัว ซึ่งอาจไม่สามารถให้การดูแลอย่างเต็มที่ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน หรือกรณีที่ผู้ป่วยต้องการความช่วยเหลือด่วน
3. สิ่งอำนวยความสะดวกและการฟื้นฟู
เนิร์สซิ่งโฮมมักมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วย เช่น ห้องพักที่ออกแบบให้เหมาะกับการดูแลผู้ป่วย มีอุปกรณ์การฟื้นฟูทางกายภาพ เช่น เครื่องออกกำลังกายสำหรับผู้ป่วย หรือการทำกายภาพบำบัดโดยพนักงานผู้เชี่ยวชาญ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สำหรับผู้ป่วยที่ต้องการการเคลื่อนไหวหรือพักผ่อน ซึ่งช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกไม่เบื่อหน่ายหรือเครียดจากการอยู่ในบ้านเพียงอย่างเดียว ในขณะที่การดูแลที่บ้านอาจไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันหรือผู้ดูแลที่เชี่ยวชาญในการฟื้นฟูร่างกายเหมือนในเนิร์สซิ่งโฮม
4. ลดภาระของครอบครัว
การดูแลผู้ป่วยที่บ้านอาจทำให้ครอบครัวรู้สึกเครียดและเหนื่อยล้าจากการต้องดูแลผู้ป่วยตลอดเวลา โดยเฉพาะในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการหนักหรือมีความต้องการพิเศษ เนิร์สซิ่งโฮมช่วยลดภาระดังกล่าวเนื่องจากมีทีมงานที่เชี่ยวชาญในการดูแลผู้ป่วย ซึ่งช่วยให้ครอบครัวสามารถมีเวลาพักผ่อนและไม่ต้องแบกรับภาระในการดูแลอย่างต่อเนื่อง
5. สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมและปลอดภัย
เนิร์สซิ่งโฮมมีการออกแบบที่พักและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่อาจมีปัญหาการเดินหรือการเคลื่อนไหว สถานที่เหล่านี้มักมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ช่วยให้ผู้ป่วยปลอดภัยจากการลื่นล้ม เช่น พื้นที่กว้างขวาง, ทางเดินที่สะดวก, การติดตั้งราวจับในห้องน้ำ ฯลฯ ในขณะที่การดูแลที่บ้านอาจไม่ได้จัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้อย่างครบถ้วน ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุหรือการบาดเจ็บของผู้ป่วยได้
6. การสนับสนุนด้านจิตใจและสังคม
เนิร์สซิ่งโฮมไม่เพียงแค่ดูแลร่างกายของผู้ป่วยเท่านั้น แต่ยังมีการดูแลทางด้านจิตใจ โดยการมีผู้ป่วยหลายคนอยู่ในสภาพแวดล้อมเดียวกัน ผู้ป่วยสามารถพบปะพูดคุยและสร้างมิตรภาพกับผู้อื่น ซึ่งช่วยลดความเหงาและสร้างความสุขให้กับผู้ป่วยได้ การดูแลที่บ้านอาจทำให้ผู้ป่วยรู้สึกโดดเดี่ยวหรือขาดการติดต่อกับคนอื่น ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อจิตใจและอารมณ์ของผู้ป่วย
การดูแลผู้ป่วยในเนิร์สซิ่งโฮมมีข้อดีหลายประการที่ทำให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากขึ้น ทั้งในด้านการดูแลทางการแพทย์ การดูแลตลอด 24 ชั่วโมง สิ่งอำนวยความสะดวก และการลดภาระของครอบครัว แม้การดูแลที่บ้านจะมีข้อดีในเรื่องของความสะดวกสบายและการใกล้ชิดกับครอบครัว แต่เมื่อพิจารณาถึงคุณภาพการดูแลโดยรวม การดูแลในเนิร์สซิ่งโฮมมักเป็นทางเลือกที่ดีกว่า โดยเฉพาะเมื่อผู้ป่วยมีความต้องการทางการแพทย์ที่ซับซ้อนหรือภาวะที่ต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิดทุกวัน
เดอะซีเนียร์เป็นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุและโรงพยาบาลผู้สูงอายุเดอะซีเนียร์ ทำให้เราเข้าใจดีในเรื่องการดูแลผู้ป่วยสูงอายุ และผู้สูงอายุที่ต้องการความใส่ใจการดูแลครอบคลุมทุกด้าน ทั้งด้านการพยาบาล การฟื้นฟูร่างกาย ด้านอาหารและโภชนาการ โดยทีมแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ดูแล กายภาพบำบัดวิชาชีพและนักโภชนาการ
The Senior Health Care โรงพยาบาลผู้สูงอายุ และศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู เราพร้อมดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะเจ็บป่วยเรื้อรัง ผู้ป่วยฟอกไต ผู้ป่วยโรคร้ายแรงอย่างโรคมะเร็ง โรคไตระยะสุดท้าย โรคพาร์กินสัน ผู้ป่วยสมองเสื่อม หรือมีอาการอัลไซเมอร์ระยะสุดท้าย รวมถึงกลุ่มผู้ป่วยระยะสุดท้าย ผู้ป่วยประคับประคอง โดยทีมแพทย์ นักกายภาพบำบัด และบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในการดูแล ด้วยประสบการณ์มากกว่า 20 ปี ที่จะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ และพร้อมให้คำแนะนำปรึกษาครอบครัวของผู้ป่วย ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นทั้งทางร่างกายและจิตใจ
สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมของโรงพยาบาลเดอะซีเนียร์ได้ที่
โทร : 090-885-2985, 094-498-1115
LINE OFFICIAL : @thesenior